ประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริการนำร่องเขตท่าเรือกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่ผ่าน สำนักนำร่องได้มีการจัดประชุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครั้งที่ 1  ณ. ห้องวิสูตรสาครดิษฐ์ อาคาร 162 ปี ชั้น4 กรมเจ้าท่า ในวันที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น.ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมดังนี้ นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมเจ้าท่า  นาวาโท กิตติพงษ์ พูลทองคำ หัวหน้าวางแผนและพัฒนามาตรฐานการนำร่อง ว่าที่เรือตรี ภัค วงศ์ภูมิ หัวหน้ากลุ่มนำร่องที่ 1 นายสุรชัย บุรพานนทชัย ผู้อำนวยการสำนักแผนและพัฒนา รักษาราชการแทน ผู้อำนวนการกองคลัง นางสาวจิราภรณ์ เลิศมงคล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย  นางสาวจันทร์เพ็ญ ตรีโชติ หัวหน้าธุรการอาวุโส ได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริการนำร่องเขตท่าเรือกรุงเทพฯซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวน 36 บริษัทใน วาระที่ 1เรื่องการจ่ายค่านำร่องขอให้ปรับปรุงความสะดวกในการจ่ายค่านำร่องและการคำนวนค่าจ้างนำร่องให้สะดวกมากขึ้นโดยสามารถจ่ายทาง Internet banking ของธนาคารกรุงไทยแต่มีข้อจำกัดและแก้ไขให้มีระบบตัดเงินอัตโนมัติซึ่งต้องใช้บัญชีของธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับระบบตัดเงิน วาระที่ 2 การวางมัดจำนำร่องที่วางไว้แล้วไม่มาขอคืนในทางสำนักนำร่องจะคิดจำเกินก่อนถ้าวางน้อยกว่าเสียจริงต้องเรียกเก็บเพิ่มจากผู้แทนเรือมีบางบริษัทไม่มารับมัดจำที่เกินคืนทำให้มีเงินค้างที่กองคลังจำนวนหนึ่งแจ้งให้ผู้ประกอบการและตัวแทนเรือมารับเงินมัดจำเกิน วาระที่ 3ผู้แทนตัวแทนเรือเขตกรุงเทพฯหาเรือเพื่อความสะดวกในการวางเงินมัดจำไม่เยอะเกินไปทางผู้แทนเรือขอเสนออยากให้คิดค่าจ้างแบบตันกรอสเพื่อความสะดวกชัดเจนในการคิดคำนวนค่านำร่องต่อไป ในการประชุมครั้งที่ 2 ณ ห้องวิสูตรสาครดิษฐ์  อาคาร 162 ปี ชั้น 4 กรมเจ้าท่าวันที่ 17 มกราคม 2567 เวลา 13.30-16.30 น.ใน แจ้ง ที่ประชุมทราบ ทำความเข้าใจและชี้แจงการปฏิบัติในการบริการนำร่องตามกฎกระทรวงเศรษฐการฯ ว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำสยาม แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2477 (ฉบับที่ 2)3.1 ข้อ 68 แห่งกฎกระทรวงเศรษฐการฯ ความว่า “การเดินทางไปและกลับระหว่างที่พักหรือที่ทำการของผู้นำร่องกับเรือที่ใช้ผู้นำร่องในเขตท่าใด ๆ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของเรือ หรือตัวแทนของเจ้าของเรือที่ใช้ผู้นำร่องนั้นเป็นผู้จัดหายานพาหนะที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมแก่ฐานะ  ของผู้นำร่อง”

สรุป มติประชุม รับทราบค่าใช้จ่ายการรับส่งผู้นำร่องในกรณีส่งออกและรับกลับ ให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงเศรษฐการฯ ข้อ 68 โดยกรมเจ้าท่า/สำนักนำร่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดหา และการออกค่าใช้จ่ายค่าพาหนะผู้นำร่อง กรมเจ้าท่า ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการฯ การปรับปรุงกฎกระทรวงเศรษฐการฯ โดยมี  ผู้แทนจากสมาคมเจ้าของเรือและตัวแทนเรือ และสมาคมเจ้าของเรือไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ซึ่งจะทบทวนปรับปรุงในเรื่อง การคำนวณค่าจ้างนำร่อง และอื่น ๆ

  • การวางเงินมัดจำนำร่อง  มติที่ประชุม รับทราบการวางมัดจำในการขอใช้นำร่อง ขอให้ปฏิบัติแบบเดิมต่อไป

จนกว่าจะมีการแก้ไขกฎกระทรวงเศรษฐการฯ เรื่องการเก็บค่าจ้างนำร่องเป็นตันกรอส และให้ ผอ.กองคลัง ร่างหนังสือเพื่อให้ อจท.ลงนาม เรื่องให้เจ้าของเรือมารับเงินค่ามัดจำ ส่งให้ทางสมาคมเจ้าของเรือฯ และสมาคมเจ้าของเรือ มารับวางมัดจำคืน ภายใน 90 วัน มิฉะนั้น จะนำส่งเข้าคลังแผ่นดิน

 

วันที่:19 เมษายน 2567

เข้าชม:107

ข้อมูลโดย: adminpilotbureau

แกลเลอรี่

เอกสารแนบ: